เล่นกีฬาต้านริ้วรอย

ถ้าคุณเคยสังเกตจะพบว่าคนในวัยเดียวกัน คนที่เล่นกีฬาเป็นประจำจะดูอ่อนวัยกว่าคนที่ไม่เล่นกีฬา ลองมาทำความเข้าใจกันดูว่าการเล่นกีฬามีส่วนช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัยได้อย่างไร ปกติแล้วร่างกายของมนุษย์นั้นมีกระบวนการสร้างอนุมูลอิสระ( Free Radical ) อยู่เป็นปกติอยู่แล้ว เป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากกระบวนการภายในร่างกายและก็มีการกำจัดออกเป็นปกติอยู่แล้วเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันร่างกายเองก็รับมาจากภายนอกด้วย เช่น จากอาหารบางชนิด จากการประกอบอาหาร หรือแม้กระทั่งจากสิ่งแวดล้อมเช่นจากแสงอาทิตย์ซึ่งมีรังสีอัลต้าไวโอเล็ต(UV) การแผ่รังสี หรือแม้กระทั่งจากมลภาวะ ซึ่งหากร่างกายกำจัดอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้น้อยลงก็จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ตามวัย หรือริ้วรอยก่อนวัยก็ได้

ในปฏิกิริยาภายในร่างกาย การกำจัดอนุมูลอิสระจะมีประสิทธิภาพเมื่อร่างกายมีกระบวนการเผาผลาญที่ดีพอหรือเรียกว่ามีอัตราเมตาบอลิซึม ที่เหมาะสม นั่นหมายความว่าในกลุ่มคนที่มีการเล่นกีฬาออกกำลังกายอยู่เป็นประจำจะทำให้ร่างกายมีอัตราเมตาบอลิซึมที่ดีทำให้สามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้ดีขึ้น อนุมูลอิสระเหล่านี้จะถูกขับออกมาจากกระบวนการหายใจได้ ความลับอย่างหนึ่งก็คือ เทโรเมอเรส(Teromeres) ที่เป็นเอนไซม์พิเศษที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ส่วนปลายของสารพันธุกรรม DNA ส่วนปลายที่เรียกว่า เทโรเมียร์( Teromere ) ร่างกายมีกระบวนการแบ่งเซลล์เพื่อชดเชยเซลล์ที่สูญเสียไป ทุกครั้งที่มีการแบ่งเซลล์เทโรเมอเรสจะสั้นลงทุกครั้งจนเมื่อสั้นมากๆแล้วก็จะไม่ทำให้เกิดการแบ่งเซลล์ นั่นเป็นเหตุผลว่าริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัยนั้นไม่สามารถถูกชดเชยได้ด้วยการแบ่งเซลล์ร่างกาย

ในกลุ่มผู้ที่มีการเล่นกีฬาจะมี เทโรเมียร์ที่ยาวกว่าผู้ที่ไม่เล่นกีฬาและอยู่ในวัยเดียวกันทำให้กระบวนการแบ่งเซลล์เพื่อชดเชยเซลล์ที่สูญเสียไปนั้นทำได้เป็นระยะเวลานานกว่า ดังนั้นในผู้ที่มีการเล่นกีฬาอยู่อย่างสม่ำเสมอจะมีผลทำให้ดูมีอายุที่อ่อนกว่าวัยได้เพราะร่างกายสามารถกำจัดอนุมูลอิสระไปพร้อมกับการที่ร่างกายสร้างเซลล์ร่างกายขึ้นมาเติมเต็มเซลล์ที่หมดอายุไปได้ แม้ว่าขนาดความยาวของเทโรเมียร์ดังกล่าวนั้นจะมีขนาดที่สั้นลงตามอายุที่มากขึ้นก็ตาม แต่หากมีการออกกำลังในระดับที่เหมาะสมไม่หนักจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใด ก็จะสามารถชะลออัตราการหดสั้นลงของเทโรเมียร์ได้ดีทั้งสิ้น ซึ่งหากมีการเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอดแล้วสามารถทำให้ริ้วรอยตามวัยเกิดได้ช้ากว่าคนที่ไม่เล่นกีฬาแล้วทำให้ดูอ่อนกว่าวัยได้อย่างน้อย 10 ปีทีเดียว

Advertisements

การเล่นกีฬาไม่ใช่แค่เล่นๆอีกต่อไป

คงไม่มีใครไม่รู้ถึงสรรพคุณในการเล่นกีฬาว่ามีประโยชน์มากมายเพียงใด ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าอย่างมหาศาลต่อร่างกายของผู้ที่เล่นกีฬา ไม่ว่าจะเล่นเพื่อออกกำลังกายในแบบทั่วๆไปหรือเล่นเพื่อประกอบเป็นอาชีพแล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพในด้านที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาได้อีกด้วย ดังที่เราจะเห็นได้จากผู้ที่มีความสามารถในด้านกีฬาไม่ว่าจะเป็นตัวนักกีฬาเองหรือผู้ฝึกสอนและผู้ที่เกี่ยวข้องที่สามารถสร้างรายได้จากการเล่นกีฬารวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกีฬาด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันกีฬามีความหมายมากกว่าการเล่นเพื่อแข่งขันทั่วๆไป โดยการกีฬาได้รับการยอมรับให้เป็นศาสตร์แห่งการศึกษาเรียนรู้ชนิดหนึ่งที่จะต้องได้ถูกบรรจุไว้ให้ระบบการศึกษาเป็นวิชาที่ว่าด้วยการกีฬาเป็นวิชาเฉพาะทางและยังแยกเป็นสาขาต่างๆตามรูปแบบและชนิดกีฬา ประกอบกับวิชาเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการกีฬาและวิทยาศาสตร์ทางการกีฬาเป็นการเฉพาะตัวอีกด้วย ซึ่งผู้ที่ศึกษาในสายวิชาการกีฬาดังกล่าวนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักกีฬาที่มีความสามารถในการเล่นกีฬาเป็นกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่รักและสนใจในศาสตร์แห่งการกีฬาได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการกีฬาได้ เพราะกีฬาไม่ได้มีเพียงผู้เล่นเท่านั้นแต่ยังประกอบด้วยผู้ฝึกสอนและผู้ช่วยต่างๆที่จะร่วมกันวางแผนการเล่นการแข่งขันรวมถึงมีหน้าที่ดูแลผู้เล่นในด้านสุขภาพร่างกายให้มีความพร้อมอยู่เสมอด้วย ซึ่งเมื่อกีฬาในปัจจุบันมีมูลค่าการตลาดที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้แก่นักกีฬาแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมมีรายได้ที่สูงตามไปด้วย การศึกษาในด้านการกีฬาจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน รวมทั้งในด้านการดูแลสุขภาพที่ได้นำกีฬามาเป็นตัวช่วยในการออกกำลังกายอย่างแพร่หลาย ซึ่งในการใช้การกีฬามาช่วยในส่วนนี้ก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้การดูแลและให้คำปรึกษาอันเป็นช่องทางที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้มีความรู้ในด้านกีฬาหรือตัวนักกีฬาที่เลิกแข่งขันกีฬาแล้วด้วยเช่นกัน

เมื่อเรารู้ถึงสรรพคุณของกีฬาดังเช่นที่กล่าวมาแล้ว ว่ามีคุณค่าในด้านต่างๆนั้นมากมายเพียงใดแก่ผู้ที่ได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ศาสตร์ในด้านกีฬาอย่างลึกซึ้ง กีฬาจึงไม่ใช่แค่การเล่นกีฬาเพื่อแข่งขันกันอย่างเดียวอีกต่อไปแต่ยังเป็นการเรียนรู้เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่วงการกีฬาให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และที่สำคัญได้ก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้ที่สนใจในวิชาชีพในด้านการกีฬานี้ได้นำความรู้ความสามารถไปใช้ในการประกอบเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคงและแท้จริง.

กีฬาพาสุขนำพาชีวิตแห่งความสำเร็จสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง เศรษฐกิจการเงินคล่องตัวปลอดโรคปลอดภัย

กีฬานำไปสู่ความแข็งแรงของร่างกายสามารถนำพาความมั่งคง มั่งคั่งมาสู่คุณได้ ด้วยการเล่นกีฬานับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป “โลก” ที่หมุนอยู่ทุกวัน วันแล้ววันเล่า ยังคงทำหน้าที่ของมันโดยไม่เคยหยุดพัก ความเจริญทางเทคโนโลยี วัตถุนิยมของมนุษย์ก็ไม่เคยอยู่กับที่เช่นกัน

ปัจจัยขั้นพื้นฐานความต้องการของมนุษย์ 4 ประการนำไปสู่ความต้องการทางกด้านอื่น ๆ กีฬาสามารถสร้างความสำเร็จของชีวิตได้ ในความคิดของคนทำงานหลาย ๆ คน เมื่อมีเงินเดือนสิ่งแรกที่ต้องหามาให้กับตนเองกลับกลายเป็นเงินทองเป็นสิ่งแรก ไม่ใช่ปัจจัย 4 ประการดังเช่นสมัยก่อน ๆ แต่เงินสามารถสร้างได้ทุกปัจจัย ปัจจัยที่สร้างเงินคือสุขภาพและความคิด และปัจจัยที่สร้างสุขภาพและความคิดก็คือการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกาย สำหรับการเล่นกีฬาแล้วบางคนไม่เห็นความสำคัญเลย สำหรับผู้เขียนซึ่งคลุกคลีกับวงการกีฬาเพราะได้ส่งเสริมนักกีฬา หลายประเภท และเด็กส่วนใหญ่เป็นคนที่เรียนหนังสือไม่ค่อยดี แต่โชคดีที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับกีฬาอยู่บ้าง จึงส่งเด็ก ๆ เข้าสู่โรงเรียนกีฬาจนประสบความสำเร็จกว่าคนที่เรียนดีหลายคนก็มี ยกตัวอย่างเป็นที่ประจักษ์ง่าย ๆ นักฟุตบอลสโมสรของไทย นักกีฬามวยสากลสมัครเล่น นักกีฬาแบดมินตันนักกีฬาเทควันโด และอื่น ๆ อีกมาก ต่างประสบความสำเร็จโดยที่ผลการเรียนไม่ดีนัก สำหรับประชาชนอย่างเราท่านทั่วไปการดุแลรักษาสุขภาพง่ายนิดเดียว เล่นกีฬาซิครับ กีฬาอะไรก็ได้ เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นการออกกำลังกายทั้งสิ้น จากการวิจัยของนักวิจัยหลายท่านพบว่าการเล่นกีฬาสามารถบันดาลทุกสิ่ง เพราะเมื่อเล่นกีฬาร่างกายก็จะแข็งแรง เมื่อร่างกายแข็งแรงสมองก็จะมีพลัง มีความคิดที่ดีในการสร้างฐานะ ความร่ำรวย ความมั่งคั่ง และยังมีอายุยืนไม่เสียเงินที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตไปกับการรักษาโรค

ร่างกายของมนุษย์เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์คงไม่ผิดเพี้ยน รถยนต์ยังต้องดูแล ร่างกายของเราก็ต้องการการดูแล ดูแลด้วยการเล่นกีฬา สำหรับคุณ ๆ ที่พึ่งเริ่มเล่นกีฬาขอแนะนำให้เล่นกีฬาเบา ๆ ก่อน เช่น ปิงปอง แบดมินตัน เดินเร็ว หรือโยคะก็ได้ และสำหรับผู้ที่เล่นกีฬามานานแล้วคงไม่ต้องแนะนำมาก ท่านเลือกเล่นกีฬาให้หลากหลายเพื่อร่างกายจะได้เคลื่อนไหวครบทุกสัดส่วน และที่สำคัญเมื่อเล่นกีฬาแล้ว มนุษย์ก็ต้องการอาหารที่ดี และการพักผ่อนที่เพียงพอควบคู่กันไปอย่างสมดุล เพื่ออายุที่ยาวนานเช่นกัน การทำกิจกรรมในแต่ละวันมีความสัมพันธ์กับการส่งผลให้มีร่างกายที่แข็งแรงด้วยการทำกิจกรรมประจำวันทั้งสิ้น เช่น การเล่นกีฬา การกินดี รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ มีการพักผ่อนที่เพียงพอเป็นเวลา การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เล่นกีฬาที่เหมาะสมกับคุณ อย่าหักโหม แล้วกีฬาจะเป็นเหมือนยาเสพติดที่คุณจะขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว นำพาคุณ ๆ ที่เสพติดกีฬาเป็นผู้ที่มั่นคง มั่งคั่ง และอายุยืนนาน ปลอดจากโรคภัยต่าง ๆ

Uppies and Downies กีฬาสุดแปลกแห่งเกาะอังกฤษ

วันนี้เราจะมาพูดถึงกีฬาแปลกๆ ที่หาชมไม่ง่ายนักกัน โดยมันเกิดขึ้นที่เขตการปกครองหนึ่งของประเทศอังกฤษที่มีชื่อแปลกๆ เช่นกันว่า “Uppies and Downies” งงกันล่ะสิใช่มั้ยครับว่ามันคืออะไร ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับมันกัน

อัพพี่ส์แอนด์ดาวนี่ส์ (ขออนุญาตทับศัพท์นะครับเพราะผมหาชื่อภาษาไทยไม่เจอ และไม่รู้ว่ามันควรจะแปลออกมาเป็นยังไง) เป็นกีฬาฟุตบอลโบราณประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสมัยยุคกลางราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงคริส์ศตวรรษที่ 15 ซึ่งยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันเกิดขึ้นปีไหน แต่ที่แน่ๆ คือมันมีความนิยมอย่างมากในช่วงคริส์ศตวรรษที่ 19 นอกจากนี้ยังเป็นกีฬาวัฒนธรรมเฉพาะของเขตการปกครองคัมเบรีย (Cumbria) เมืองเวิร์คคิงตัน (Workington) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะอังกฤษ โดยมีการจัดขึ้นทุกปีในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ (เดือนมีนาคม-เมษายน) มีวัตถุประสงค์เพื่อเรี่ยไรเงินสำหรับการกุศลนั่นเอง ดูเผินๆ มันก็เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลทั่วไปที่มีสองฝั่ง ในที่นี้คือฝั่ง อัพพี่ส์ และฝั่ง ดาวนี่ส์ กติกามีเพียงข้อเดียวหลักๆ คือเลี้ยงลูกเข้าประตูอีกฝ่ายให้ได้โดยไม่สนวิธีการ (อารมณ์คล้ายๆ รักบี้ประมาณหนึ่งซึ่งมีความรุนแรงค่อนข้างสูง) ความแปลกที่น่าสนใจของกีฬาชนิดนี้อยู่ที่สนามที่ใช้แข่งและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน ไม่น่าเชื่อว่าสนามแข่งของอัพพี่ส์แอนด์ดาวนี่ส์จะเป็นเมืองเวิร์คคิงตัน “ทั้งเมือง” ฝั่งอัพพี่ส์จะมีประตูอยู่ที่บริเวณ Workington Hall Parklands ขณะที่ฝั่งดาวนี่ส์จะมีประตูอยู่ที่ท่าเรือ ที่น่าตกใจกว่านั้นคือจำนวนผู้เข้าแข่งขันแต่ละฝ่ายสามารถมีได้ตั้งแต่ 100 คนไปจนถึง 1,000 คน! เรียกได้ว่าเป็นกีฬาระดับเมืองเลยทีเดียว ซึ่งตัวลูกบอลที่ใช้ในการแข่งขันนั้นจะถูกทำจากหนังวัวโดยทำขึ้นเป็นพิเศษเพียง 3 ลูกต่อปีเท่านั้น เรียกง่ายๆ ว่าคงไม่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป

ลองคิดดูว่าหากนำกีฬาชนิดนี้มาดัดแปลงเล่นในกรุงเทพมหานครของประเทศเราบ้างคงสนุกดีพิลึก แต่น่าจะยากเพราะคนไทยคงเหยียบกันตายก่อน ฮ่าๆ ๆ ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นกีฬาแปลกๆ ที่เอามานำเสนอให้ผู้อ่านทุกคนได้เปิดโลกของวงการกีฬาในวันนี้ ซึ่งทุกวันนี้ที่เมืองเวิร์คคิงตันในแต่ละปีก็ยังมีการจัดเทศกาลการแข่งขันอัพพี่ส์แอนด์ดาวนี่ส์กันอยู่เลย หากใครสนใจช่วงอีสเตอร์ก็ลองเดินทางไปยังเมืองนี้ดู เพราะเทศกาลนี้เปิดให้คนนอกสามารถเข้าร่วมเล่นได้ด้วยนะ ใครที่ได้ลองเล่นแล้วก็มาแบ่งปันประสบการณ์กันหน่อย อยากจะรู้ว่าสนุกแค่ไหน ส่วนคนที่ไปไม่ได้ก็เป็นฟุตบอลรอกันไปพลางๆ ก่อนนะจ๊ะ

ยิมนาสติก กีฬาที่เน้นความแข็งแรงไปพร้อมกับท่วงท่าที่พริ้วไหวสง่างาม

“ศิลปะแห่งการเปลือยเปล่า” เป็นความหมายแต่เดิมของกีฬายิมนาสติก ซึ่งแปลมาจากคำว่า Gymnos เป็นภาษากรีก แปลว่า Nude หรือแปลว่า Naked Art ความสวยงามของการเคลื่อนไหวร่างกายในท่าต่างๆอย่างคล่องแคล่วและลงตัว กลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดและน่าจับตามองเป็นอย่างมากจากผู้เล่นและผู้ชม

กีฬายิมนาสติกเริ่มถือกำเนิดขึ้นแต่ยุคประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงการขยับร่างกายด้วยวิธีการใดก็ได้ให้เกิดท่าทางที่สวยงาม กิจกรรมไหนที่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างแข็งแรงและงดงามก็จะเรียกกิจกรรมนั้นว่ายิมนาสติกทั้งหมด ทั้งการวิ่ง เดิน ไต่เชือก การยกน้ำหนัก ตลอดจนศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ ผู้เล่นจะมีวิธีการฝึกได้ทั้งมือเปล่า หรือใช้เครื่องมืออุปกรณ์อื่นด้วยก็ได้ สถานที่ซึ่งใช้ฝึกเรียกว่า โรงฝึกพลศึกษา แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปยุคสมัยเริ่มก้าวหน้าคำจำกัดความของกีฬายิมนาสติกก็เปลี่ยนไป เนื่องด้วยกิจกรรมที่นำมาประกอบท่าทางต่างๆได้รับการพัฒนาขึ้นจนสมบูรณ์และถูกจัดให้เป็นกีฬาแต่ละประเภทของตัวมันเอง จะเหลือไว้บางอย่าง เช่น การทดสอบความสามารถของตนเอง อย่างการทรงตัว ราวทรงตัว กายบริหาร ยืดหยุ่น ไต่เชือก ราวเดี่ยว ราวคู่ ต่อตัว ม้าหูและม้าหมุน เป็นต้น ต่อมาเมื่อถึงยุคเสื่อมลงของกรีก วัฒนธรรมต่างๆก็เริ่มกระจายตัวไปยังดินแดนอื่น ยิมนาสติกก็เช่นกันได้เริ่มเข้าไปถึงยุโรปและสหรัฐอเมริกาและเป็นที่นิยมอีกครั้ง ส่วนในไทยสันนิษฐานว่าได้เข้ามาโดยการที่รัชกาลที่ 5 ได้ส่งข้าราชการของไทยไปศึกษาที่ยุโรปจึงได้นำการออกกำลังกายในรูปแบบของกีฬายิมนาสติกมาเผยแพร่ โดยเริ่มจากตามหน่วยงานราชการ และหน่วยทหาร จนกลายเป็นที่นิยมอย่างทั่วถึง กีฬายิมนาสติกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ยิมนาสติกสากล ยิมนาสติกลีลา ยิมนาสติกกายกรรม (ยิมนาสติกผาดโผน) ยิมนาสติกสากลแบ่งให้ชายมี 6 อุปกรณ์ คือ บาร์เดี่ยว บาร์คู่ ห่วง ม้าหู ม้ากระโดด และฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ ส่วนฝ่ายหญิงมี 4 อุปกรณ์ คือ บาร์ต่างระดับ คานทรงตัว ม้ากระโดด และฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ ทางด้านยิมนาสติกลีลา จะมีแค่ประเภทหญิงเท่านั้นโดยทำการแสดงบนฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ควบคู่ไปกับเสียงดนตรี โดยมีอุปกรณ์อยู่ 5 อย่างคือ ริบบิ้น บอล คทา หรือคลับ เชือก และห่วง ยิมนาสติกทั้งสองประเภทนี้จัดอยู่ภายใต้การควบคุมของสหพันธ์ยิมนาสติกสากล ส่วนยิมนาสติกกายกรรมนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับสหพันธ์แต่ก็นับได้ว่าเป็นที่สนใจและนิยมเป็นอย่างมากต่อประชาชน การเล่นและแข่งขันจะมีทั้งประเภทเดี่ยว คู่ และทีม ในประเภทเดี่ยวภายใต้เวลา 4-5 นาที จะต้องทำการแสดงท่ายืดหยุ่นต่างๆติดกันบนฟลอร์จำนวน 3-5 ชุด (ประกอบไปด้วยมีท่าบังคับ 3 ชุด ท่าสมัคร 3 ชุด) ส่วนประเภทคู่และทีมผู้เล่นจะต้องแสดงท่าทางให้กลมกลืนและต่อเนื่องอย่างถูกจังหวะภายใต้เสียงดนตรีประกอบ กีฬายิมนาสติกแต่ก่อนนั้นอนุญาตให้มีการแข่งแต่ประเภทชาย จนเมื่อ พ.ศ. 2471 จึงได้จัดแข่งในประเภทหญิงด้วย

กีฬายิมนาสติกไม่ใช่แค่การขยับร่างกายเรื่อยเปื่อย แต่ต้องรู้จักการบังคับร่างกายอย่างถูกวิธีด้วยจึงจะออกมาอย่างสง่างาม ทั้งนี้ยิมนาสติกถือเป็นกีฬาที่มีประโยชน์มาก ผู้เล่นจะได้ทั้งสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง บุคลิกดี ร่างกายมีความยืดหยุ่น กระฉับกระเฉง และมีผลดีต่อจิตใจเป็นอย่างมาก ทำให้ใจเย็น สุขุม รอบคอบ เชื่อมั่นในตัวเอง กล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะกับเด็กๆหากได้ลองเล่นกีฬายิมนาสติกจะทำให้พวกเขาเกิดสมาธิ มีระเบียบวินัย หากได้โอกาสแข่งขันจะทำให้ตัวเด็กรู้จักคำว่าแพ้-ชนะ และพวกเค้าจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพมากคนหนึ่งในสังคม.

กีฬานอกห้องฟิตเนส เปิดโลกทัศน์ใหม่แห่งการออกกำลังที่น่าตื่นเต้น

เกี่ยวกับกีฬาประเภทที่ต้องไปออกกำลังนอกห้องฟิตเนส ซึ่งจะมีทั้งกีฬาที่ต้องอาศัยพื้นที่ในการเล่น กีฬาที่ใช้อาวุธเป็นอุปกรณ์ร่วม และกีฬาที่เป็นศิลปะการต่อสู้ โดยจะยกกีฬาที่สามารถหาสถานที่ในการเล่นได้ทั่วไปและเป็นที่นิยมในช่วงเวลาหนึ่ง
หากจะกล่าวถึงกีฬา ภาพที่ผุดขึ้นมาในใจของหลายๆท่านน่าจะเป็นการออกกำลังประเภทที่อยู่ในห้องฟิตเนส เช่น วิ่ง ยกน้ำหนัก ปั่นจักรยาน เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนั้น เป็นการออกกำลังที่สะดวกสบายและเป็นอะไรที่ต้องทำซ้ำไปเรื่อยๆ…ทว่า ยังมีกีฬาอีกมากมายหลายชนิดที่ไม่สามารถเล่นได้เพียงแค่การนำเครื่องมาตั้งหรือไปเป็นสมาชิกฟิตเนส แต่ต้องออกไปเสาะแสวงหาตามสถานที่เฉพาะเท่านั้น

กีฬานอกห้องฟิตเนส หรืออีกนัยหนึ่งคือการออกกำลังประเภทที่ต้องใช้พื้นที่ในการเล่นและไม่สามารถวางอุปกรณ์อย่างแออัดได้ สามารถแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ใหญ่ๆ ประเภทแรกคือกีฬาที่ผสมผสานด้วยศิลปะอันสวยงาม รวมถึงต้องอาศัยสถานที่กว้างขวางในการเล่น อันได้แก่ การว่ายน้ำ(ท่วงท่าบนผิวน้ำที่สวยงามและใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน มาพร้อมกับการแข่งขันทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม) การขี่ม้า(การถือบังเหียน การบังคับและดูแล รวมถึงประสานการเคลื่อนไหวให้เข้ากันกับม้า) การเล่นยิมนาสติก(การใช้ทุกส่วนของร่างกายให้พลิ้วไหวไปตามศิลปะการร่ายรำด้วยอุปกรณ์นานาชนิด) และการเต้นลีลาศ(การประสานการออกกำลังเข้ากับดนตรี โดยผู้เต้นจะต้องจับจังหวะของเพลงและจังหวะของคู่เต้นให้ได้) ประเภทที่สองคือกีฬาที่ใช้อาวุธเป็นอุปกรณ์ในการเล่นและมีความอันตรายอยู่ในตัว เช่น ฟันดาบ(ฟันดาบสากล ซึ่งเป็นดาบประเภทเรียวตรง, ฟันดาบไทย ดาบที่พัฒนามาจากกระบี่กระบอง และฟันดาบญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยนิยมแล้วอย่างดาบซามูไร) การยิงธนู(การจัดการกับธนู ทั้งการตั้ง การขึงสาย ดึง และยิง ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุได้) เคนโด้(การใช้ดาบไม้ตามวิถีดาบแห่งญี่ปุ่น การผสานดาบ กาย และใจให้เป็นหนึ่ง) และยิงปืน(มีการแข่งความแม่นยำ มีรายละเอียดยิบย่อย เช่น ท่าในการยิง ลักษณะปืน เป้าหมายนิ่งหรือเคลื่อนที่) และประเภทที่สามคือกีฬาชนิดศิลปะป้องกันตัว เช่น มวยไทย(การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก รวมไปถึงการตั้งท่า การจดมวย การรุกและรับ) เทควันโด(ศิลปะการต่อสู้อันคล่องตัวประจำชาติเกาหลี เน้นการหมุนตัว การเตะ และท่าต่อเนื่อง) ยูโด(ศิลปะการต่อสู้กับผู้มีอาวุธด้วยมือเปล่าจากแดนอาทิตย์อุทัย มีวิวัฒนาการมาจากซูโม่ เน้นการต่อสู้โดยใช้แรงให้น้อยที่สุด) และคาราเต้(จากประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน เป็นการใช้มือเปล่าต่อสู้ โดยเน้นการกำหนดความรุนแรงระหว่างสู้ เพื่อลดความบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด ทั้งยังสามารถสู้ต่อได้รุนแรงยิ่งขึ้นในการโจมตีครั้งถัดไป)

จากข้อความข้างต้น จะเห็นได้ว่า กีฬาที่อยู่นอกห้องฟิตเนสนั้นมีอยู่จริง ทั้งยังเป็นประเภทที่น่าสนใจในเชิงของศิลปะ การต่อสู้ การป้องกันตัว รวมไปถึงความสวยงามและความสนุกสนานที่จะได้รับ…ในบางครั้ง การออกกำลังกายในห้องที่อุดอู้ก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อขึ้นมาหากว่ามีวินัยในตนเองไม่มากพอ ดังนั้น กีฬานอกห้องฟิตเนส จะเปิดโลกทัศน์ใหม่แห่งการออกกำลังที่น่าตื่นเต้นได้อย่างแน่นอน

เล่นกีฬา ต้องรู้พัฒนาการร่างกาย

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่มเริ่มเล่นกีฬา จะเกิดคำถามขึ้นมากมายไม่ว่า ควรทำอะไรบ้างในการเล่นกีฬาในแต่ละครั้ง? ควรเพิ่มระดับความหนักในการออกกำลังกายหรือยัง? ร่างกายมีความฟิตขึ้นบ้างหรือไม่? ทำอย่างไรให้ร่างกายฟิตขึ้น? หรือแม้กระทั่ง เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บควรทำอย่างไร? คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้จริงๆมีมากมายแต่ก็มักจะเป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่อ่านแล้วก็ชวนให้เวียนหัว ในบทความนี้จึงได้แปลความหมายของคำศัพท์เหล่านั้นมาเป็นภาษาชาวบ้าน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกวิธีในการเล่นกีฬาต่อไป

การเริ่มเล่นกีฬาสิ่งที่ควรจะสังเกตเกี่ยวกับตัวเองเลยก็คือสภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง ให้สังเกตอาการเหล่านี้คือขณะหายใจเข้าสุดออกสุดรู้สึกหายใจได้เต็มปอดดีหรือไม่ ขณะนั่งปกติหายใจถี่หรือไม่ 2 ข้อสังเกตเบื้องต้นนี้เป็นสิ่งที่ใช้วัดความฟิตของคุณ คนที่มีสภาพร่างกายที่ฟิตจะหายใจลึก ช้า เต็มปอด ในขณะที่ตั้งใจหายใจเข้าจะหายใจเข้าได้ลึกและจะรู้สึกได้ว่าอากาศเข้าไปเต็มปอดดี ทั่วถึง ข้อสังเกตต่อไปให้ลองเล่นกีฬาประเภทที่เลือกแล้วลองสังเกตอาการของแต่ละวันตั้งแต่วันแรกเลย คือ เล่นกีฬาไปนานเท่าใดจึงเริ่มเหนื่อย เล่นกีฬาไปนานเท่าใดจึงเหนื่อยหนักจนเล่นต่อไม่ไหว ขณะที่มีอาการเหนื่อยหอบนั้นเกิดอาการหน้ามืดตามมาหรือไม่ 3 อาการนี้จะใช้เป็นสิ่งที่ชี้บอกว่าสภาพร่างกายของคุณมีการปรับตัวให้พร้อมสำหรับการออกกำลังกายหรือยัง และยังสามารถบอกได้อีกด้วยว่าเมื่อใดจะสามารถเพิ่มความหนักและนานในการเล่นกีฬาได้ ในตอนเริ่มเล่นกีฬาวันแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นกีฬาเลยจะเริ่มเหนื่อยตั้งแต่ไม่เกิน 5 นาทีแรก อาการหายใจหอบถี่ จนเกิดอาการหน้ามืดตามมา วิธีการคือให้พักซักครู่ ถ้าดีขึ้นแล้วให้ลองเล่นกีฬาต่อไปอีกหากยังมีอาการเดิมให้หยุดพักเลยในวันนั้น อาการที่บ่งบอกว่าเล่นกีฬาต่อไปไม่ไหวก็คือหายใจหอบมากจนแน่นหน้าอก หรือเกิดอาการเป็นตะคริว ควรหยุดพักทันที

อาการหน้ามืดมักหายไปในเวลาไม่เกิน 3 วันของการออกกำลังกายปกติเนื่องจากร่างกายมีการปรับสภาพกล้ามเนื้อ ปอด ให้พร้อมสำหรับกิจกรรมที่หนักขึ้น ดังนั้นในช่วงวันแรกๆให้อดทนหน่อยเมื่อพ้นช่วง 3 – 5 วันไปแล้วก็จะเคยชินเอง หลังออกกำลังไปได้ซักระยะหนึ่งประมาณ 1 เดือนขึ้นไปให้สังเกตอาการทั้ง 5 อีกครั้ง คุณควรจะพบว่าคุณหายใจช้าลง แต่หายใจแล้วเต็มปอดมากขึ้น ขณะที่ออกกำลังกายมีอาการเหนื่อยแต่ไม่ถึงกับหอบจนหน้ามืด และสามารถเล่นกีฬาได้จนหมดเวลาของการออกกำลัง ไม่เกิดอาการตะคริว ซึ่งหากมีสัญญาณบ่งบอกดังนี้แสดงว่าคุณสามารถที่จะเพิ่มความหนักและความนานในการเล่นกีฬาได้อีก 1 ใน 10 เช่นเดิมออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมงก็สามารถเพิ่มเวลาเป็น 33 – 35 นาทีได้ เวลาที่ว่านี้ต้องไม่รวมการ warm up และ cool down ซึ่งต้องทำก่อนและหลังออกกำลังกายอยู่เสมออยู่แล้ว

การวางตารางเวลาในการเล่นกีฬา

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เล่นกีฬาเพื่อการออกกำลังกายอยู่แล้ว ความคิดอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นก็คืออยากชักชวนให้เพื่อนๆ หรือคนที่รู้จักหันมาเล่นกีฬาออกกำลังกายบ้าง เนื่องจากคุณทราบอยู่แล้วว่าการออกกำลังไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทใดก็ตามล้วนทำให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผู้เล่นเองทั้งนั้น แต่แทบทุกครั้งที่คุณมีการชักชวนให้เค้าเหล่านั้นมาเล่นกีฬาด้วยกันคุณก็จะได้ยินคำตอบบ่อยมากๆว่า “ไม่มีเวลา…” มันเป็นคำตอบที่ทำให้คุณเองไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปได้เลย ดังนั้นในบทความนี้จึงได้พยายามหาวิธีการจัดการตารางเวลาชีวิตให้มีประสิทธิภาพพร้อมกับมีเวลาในการเล่นกีฬาไปด้วย

ตารางการทำงานกับการเล่นกีฬาสามารถที่จะจัดสรรได้เมื่อพิจารณาดูว่าอาชีพต่างมีเวลาทำงานที่อาจแตกต่างกันบ้าง เวลางานช่วงเช้า ช่วงบ่าย ช่วงค่ำ แต่ไม่มีอาชีพใดเลยที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงนั่นแสดงว่าทุกอาชีพสามารถมีเวลาว่างในการเล่นกีฬาได้ ใครที่ทำงานช่วงเช้า ก็จะมีเวลาช่วงเย็นหรือค่ำเพื่อออกกำลังกีฬาที่เหมาะสมก็อย่างเช่น การวิ่ง การเต้นแอโรบิค กีฬาในร่มตามโรงยิมอย่างแบดมินตัน วอลเลย์บอล หรือฟิตเนส ส่วนมากกลุ่มคนที่ทำงานช่วงนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการออกกำลังกายซักเท่าใดนัก สำหรับผู้ที่ทำงานกลางคืนจนถึงเช้า ก็ควรใช้เวลาหลังเลิกงานเป็นช่วงเช้าๆที่อากาศดีไปเล่นกีฬากันได้ กีฬาที่เหมาะสมก็อย่างเช่น การวิ่ง ห้องฟิตเนสบางแห่งอาจเปิดบริการแล้วก็ไปใช้บริการได้ สระว่ายน้ำบางสระก็เปิดให้บริการแล้ว กีฬากลางแจ้งแทบทุกประเภทสามารถเลือกชนิดได้ตามความต้องการถ้าไม่อยากเบื่อก็หาคู่หูออกกำลังกายด้วยเสร็จแล้วค่อยกลับไปพักผ่อนกัน กลุ่มอาชีพที่ทำงานเป็นกะจะหาเวลาในการออกกำลังกายได้ยากที่สุดเนื่องจากมีการเปลี่ยนเวลาการทำงานอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องหาเวลาในการเล่นกีฬาให้ได้เพราะร่างกายต้องการความสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมกับการปรับตัวเรื่องเวลามากที่สุด กีฬาที่เหมาะน่าจะเป็นประเภทกีฬาที่รวมกลุ่มกันเล็กๆได้ อย่าง T25 หรือ แอโรบิคโดยสามารถเปิดวีดีโอแล้วเต้นเองได้ รวมไปถึงโยคะซึ่งเหมาะมากเพราะสามารถช่วยลดความเครียดได้ การทำงานที่ร่างกายต้องปรับตัวตลอดจะทำให้ระบบกล้ามเนื้อมีอาการยึดเกร็งได้มากกีฬาที่ใช้การยืดกล้ามเนื้อจะช่วยผ่อนคลายอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

เมื่อลองพิจารณาตารางง่ายที่เว้นช่วงในการเล่นกีฬากันซักวันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงแล้วก็จะพบว่าในความเป็นจริงแล้วทุกคน ทุกวัย ทุกอาชีพ สามารถมีเวลาเล่นกีฬาออกกำลังกายได้ ในเมื่อทุกคนมีเวลาแล้วอย่างนี้ มีเหตุผลอะไรอีกที่คุณจะไม่เล่นกีฬา?

กีฬาพาสุขนำพาชีวิตแห่งความสำเร็จสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง เศรษฐกิจการเงินคล่องตัวปลอดโรคปลอดภัย

กีฬานำไปสู่ความแข็งแรงของร่างกายสามารถนำพาความมั่งคง มั่งคั่งมาสู่คุณได้ ด้วยการเล่นกีฬานับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป “โลก” ที่หมุนอยู่ทุกวัน วันแล้ววันเล่า ยังคงทำหน้าที่ของมันโดยไม่เคยหยุดพัก ความเจริญทางเทคโนโลยี วัตถุนิยมของมนุษย์ก็ไม่เคยอยู่กับที่เช่นกัน

ปัจจัยขั้นพื้นฐานความต้องการของมนุษย์ 4 ประการนำไปสู่ความต้องการทางกด้านอื่น ๆ กีฬาสามารถสร้างความสำเร็จของชีวิตได้ ในความคิดของคนทำงานหลาย ๆ คน เมื่อมีเงินเดือนสิ่งแรกที่ต้องหามาให้กับตนเองกลับกลายเป็นเงินทองเป็นสิ่งแรก ไม่ใช่ปัจจัย 4 ประการดังเช่นสมัยก่อน ๆ แต่เงินสามารถสร้างได้ทุกปัจจัย ปัจจัยที่สร้างเงินคือสุขภาพและความคิด และปัจจัยที่สร้างสุขภาพและความคิดก็คือการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกาย สำหรับการเล่นกีฬาแล้วบางคนไม่เห็นความสำคัญเลย สำหรับผู้เขียนซึ่งคลุกคลีกับวงการกีฬาเพราะได้ส่งเสริมนักกีฬา หลายประเภท และเด็กส่วนใหญ่เป็นคนที่เรียนหนังสือไม่ค่อยดี แต่โชคดีที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับกีฬาอยู่บ้าง จึงส่งเด็ก ๆ เข้าสู่โรงเรียนกีฬาจนประสบความสำเร็จกว่าคนที่เรียนดีหลายคนก็มี ยกตัวอย่างเป็นที่ประจักษ์ง่าย ๆ นักฟุตบอลสโมสรของไทย นักกีฬามวยสากลสมัครเล่น นักกีฬาแบดมินตันนักกีฬาเทควันโด และอื่น ๆ อีกมาก ต่างประสบความสำเร็จโดยที่ผลการเรียนไม่ดีนัก สำหรับประชาชนอย่างเราท่านทั่วไปการดุแลรักษาสุขภาพง่ายนิดเดียว เล่นกีฬาซิครับ กีฬาอะไรก็ได้ เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นการออกกำลังกายทั้งสิ้น จากการวิจัยของนักวิจัยหลายท่านพบว่าการเล่นกีฬาสามารถบันดาลทุกสิ่ง เพราะเมื่อเล่นกีฬาร่างกายก็จะแข็งแรง เมื่อร่างกายแข็งแรงสมองก็จะมีพลัง มีความคิดที่ดีในการสร้างฐานะ ความร่ำรวย ความมั่งคั่ง และยังมีอายุยืนไม่เสียเงินที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตไปกับการรักษาโรค

ร่างกายของมนุษย์เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์คงไม่ผิดเพี้ยน รถยนต์ยังต้องดูแล ร่างกายของเราก็ต้องการการดูแล ดูแลด้วยการเล่นกีฬา สำหรับคุณ ๆ ที่พึ่งเริ่มเล่นกีฬาขอแนะนำให้เล่นกีฬาเบา ๆ ก่อน เช่น ปิงปอง แบดมินตัน เดินเร็ว หรือโยคะก็ได้ และสำหรับผู้ที่เล่นกีฬามานานแล้วคงไม่ต้องแนะนำมาก ท่านเลือกเล่นกีฬาให้หลากหลายเพื่อร่างกายจะได้เคลื่อนไหวครบทุกสัดส่วน และที่สำคัญเมื่อเล่นกีฬาแล้ว มนุษย์ก็ต้องการอาหารที่ดี และการพักผ่อนที่เพียงพอควบคู่กันไปอย่างสมดุล เพื่ออายุที่ยาวนานเช่นกัน การทำกิจกรรมในแต่ละวันมีความสัมพันธ์กับการส่งผลให้มีร่างกายที่แข็งแรงด้วยการทำกิจกรรมประจำวันทั้งสิ้น เช่น การเล่นกีฬา การกินดี รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ มีการพักผ่อนที่เพียงพอเป็นเวลา การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เล่นกีฬาที่เหมาะสมกับคุณ อย่าหักโหม แล้วกีฬาจะเป็นเหมือนยาเสพติดที่คุณจะขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว นำพาคุณ ๆ ที่เสพติดกีฬาเป็นผู้ที่มั่นคง มั่งคั่ง และอายุยืนนาน ปลอดจากโรคภัยต่าง ๆ

โชว์ดาวน์…กีฬาแห่งโอกาสและความท้าทาย

เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนคงรู้กันแล้วว่ามีการจัดการแข่งขันกีฬาสำหรับผู้มีความพิการหรือผิดปกติทางร่างกายอยู่ด้วย โดยรายการที่เราคุ้นหูที่สุดก็คงหนีไม่พ้น พาราลิมปิกเกมส์ แต่รู้หรือไม่? ยังมีกีฬาสำหรับผู้พิการทางสายตาอยู่อีกชนิดหนึ่งที่หลายคนไม่รู้จัก ชื่อของมันคือ…โชว์ดาวน์ (Showdown)
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากีฬาชนิดนี้มีชื่อที่เป็นภาษาไทยที่ไม่ใช่การทับศัพท์หรือไม่ เอาเป็นว่าบทความนี้จะใช้คำว่าโชว์ดาวน์ละกันนะครับ โดยมันไม่เป็นที่รู้จักนักในบ้านเราแต่กลับได้รับความนิยมอย่างสูงในทวีปยุโรป สำหรับกติกาวิธีการเล่นก็ง่ายมากไม่มีความซับซ้อนเพราะถูกออกแบบมาเพื่อผู้มีความผิดปกติทางสายตาอยู่แล้ว โดยจะมีผู้เล่น 2 คนยืนคนละฝั่ง มีสนามเป็นโต๊ะยาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดูๆ ไปอาจจะคล้ายปิงปอง แต่ตัวโต๊ะจะมีการกั้นด้านข้างให้สูงขึ้นมาในระดับหนึ่งซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษ มีอุปกรณ์ 3 อย่างคือไม้ตี ที่ปิดตา และลูกบอลขนาดเล็กที่มีเสียง กติกาก็ง่ายๆ คือแค่ตีลูกให้เข้าโกลของอีกฝ่าย ว่าง่ายๆ ก็คล้ายกับตู้ฮอคกี้ตามห้างสรรพสินค้าที่เราเคยเล่นกัน เกมจะเริ่มที่ฝ่ายหนึ่งได้เสิร์ฟก่อน การเสิร์ฟของกีฬาชนิดนี้จะต้องตีลูกให้โดนขอบข้าง ผู้เล่นจะได้ 2 แต้มหากยิงเข้า และได้ 1 แต้มหากอีกฝ่ายทำผิดกติกา อาทิ ตีลูกออก จับลูกบอลด้วยอย่างอื่นที่ไม่ใช่ไม้ตี จับที่ปิดตาโดยไม่ขออนุญาตจากกรรมการ เป็นต้น การแข่งขันมีทั้งหมด 3 เซต ถ้าชนะ 2 ใน 3 จะเป็นฝ่ายชนะ ในแต่ละเซตจะต้องทำคะแนนให้ถึง 11 แต้ม และทิ้งห่างจากฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 2 แต้ม
โชว์ดาวน์เริ่มมีการแพร่หลายบ้างแล้วในบางประเทศนอกยุโรป หากก็ยังไม่เป็นที่นิยมนัก ที่น่าสนใจคือมันเป็นกีฬาง่ายๆ ที่คนตาดีเองก็สามารถเล่นได้ อารมณ์เหมือนคุณเล่นปิงปองผสมฮอคกี้แบบมองอะไรไม่เห็นเลยนั่นแหละ ซึ่งหลายคนก็มองว่านี่ไม่ใช่เฉพาะสำหรับผู้พิการทางสายตาเท่านั้น แต่ยังเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผู้ที่มีสายตาปกติอีกด้วย ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงยื่นเรื่องให้กีฬาชนิดนี้ได้บรรจุอยู่ในการแข่งขันพาราลิมปิกด้วย ไม่แน่ว่าอีกหน่อยเราอาจจะได้เห็นนักกีฬาประเภทนี้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ถึงตอนนั้นโอกาสใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีความพร้อมอย่างเราๆ ก็คงมีมากขึ้นตามไปด้วย และการสนับสนุนในเรื่องทำนองนี้เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่งไม่ว่าจะภาครัฐหรือเอกชนก็ตาม หากโชว์ดาวน์แพร่หลายเมื่อไหร่ล่ะก็…มาเชียร์นักกีฬาไทยของเรากันเถอะ!