คริสเตียโน โรนัลโด นักกีฬาที่รวยที่สุดในโลก

                หากให้หลับตานึกชื่อของนักฟุตบอลในยุคนี้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลก คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะแข้งทอง ที่มีฝีเท้าโดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร จนสามารถทำรายได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักกีฬาที่รวยที่สุดในโลกขณะนี้ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับชีวิต เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลที่ทำให้โรนัลโดประสบความสำเร็จกันได้อย่างทุกวันนี้มาฝากกัน

เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

                คริสเตียโน โรนัลโด หนุ่มหล่อจากโปรตุเกส ในวัย 33 ปี ในขณะนี้ เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก และได้ร่วมเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนครั้งแรกตั้งแต่อายุได้แค่ 8 ขวบในปี 1995 จนต่อมาได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรกในตำแหน่งกองหน้าของทีมสปอร์ติงลิสบอน จนเข้าตาเซอร์ อเล็ก เฟอร์กุสัน โค้ชทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในขณะนั้น และได้ซื้อตัวเขามาเป็นศูนย์หน้าของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และต่อมาเขาได้ถูกทีมเรอัลมาดริด ทีมต้นสังกัดของเขาในขณะนี้ ที่เจรราซื้อตัวมาร่วมทีม โรนัลโดได้สร้างผลงานให้กับทีมต้นสังกัด รวมถึงทีมชาติโปรตุเกสไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลยูโร 2004 และพาทีมเข้าไปในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูโรในปี 2008 และด้วยความสามารถของเขา

ทำให้เขาได้รับรางวัลต่าง ๆ ในวงการฟุตบอลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลปี 2003/2004 และรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมในปีเดียวกัน และเมื่อเขาได้ย้ายมาเล่นเป็นกองหน้าของทีมเรอัลมาดริด เขาก็สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำทีมความแชมป์ลาลักา สเปนไปได้ฤดูกาลปี 2011-2012 ซึ่งถือเป็นการคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งที่ 32 ของสโมสร รวมถึงเขายังได้รับรางวัลดาว ซัลโว ยอดเยี่ยมจากการแข่งขันฟุตบอลอีกหลายนัด

นักกีฬาที่มีรายได้มากที่สุดในโลก

                คริสเตียโน โรนัลโด ได้สร้างสถิติเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงมากที่สุดในโลก เมื่อทีมเรอัด มาดริด ตัดสินใจซื้อตัวเขามาจากทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ และได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 12 ล้านปอนด์ต่อปีสำหรับการลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าของทีม ซึ่งนอกจากรายได้จากการเป็นนักฟุตบอลแล้ว ด้วยรูปโฉมที่หล่อเหลา และรูปร่างของนักกีฬาที่สวยงาม เขายังมีรายได้จากการเป็นนายแบบแฟชั่น โฆษณาและการเซ็นต์สัญญากับสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกมากมายจนทำให้เขาสามารถครองแชมป์เป็นนักกีฬาที่รวยที่สุดระดับโลกได้ถึง 2 ปีซ้อนในปี 2016 และ 2017

อย่างไรก็ตามแฟนบอลก็ต้องติดตามต่อไปว่าเขาจะสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง และสามารถรักษาอันดับของนักกีฬาที่รวยที่สุดในโลกของปี 2018 นี้ไว้ได้หรือไม่       

 

Advertisements

ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสที่เคยโด่งดังที่สุดของประเทศไทย

                เมื่อย้อนไปกล่าวถึงวงการกีฬาเทนนิสเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงจะคุ้นหูและรู้จักชื่อของภราดร ศรีชาพันธุ์กันเป็นอย่างดี เพราะนักกีฬาเทนนิสชายผู้นี้ถือเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ และผู้ที่ชื่นชอบกีฬา สนใจมาเรียนรู้ ชมกีฬา ฝึกเล่นเทนนิส อีกทั้งเขายังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของทั่วโลก สร้างประวัติศาสตร์ในวงการกีฬาจนได้รับการยกย่องเป็นไอดอลของนักกีฬาในยุคนั้นเลยทีเดียว วันนี้เราจึงจะพาคุณมาเปิดประวัติและเส้นทางสายอาชีพกีฬาเทนนิสของเขา ถึงความสำเร็จในครั้งนั้นกันอีกครั้ง

เส้นทางสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพ

                ภราดร ศรีชาพันธุ์ มีชื่อเล่นว่า บอล ดั้งเดิมเป็นคนจังหวัดขอนแก่น แต่ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่อาศัยและเติบโตในกรุงเทพมหานคร เขาเริ่มเล่นเทนนิสมาตั้งแต่เด็กด้วยการฝึกสอนของพ่อและพี่ชาย ซึ่งเป็นนักกีฬาและโค้ชสอนเทนนิส ซึ่งเขาได้โชว์ฟอร์มการเล่นเทนนิสได้อย่างดีเยี่ยมเรื่อยมา จนกระทั่งได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนของประเทศไทย ไปแข่งขันกีฬาเทนนิสระดับนานาชาติ ทั้งกีฬาโอลิมปิก กีฬาซีเกมส์ ซึ่งเขาได้คว้าเหรียญทองสร้างชื่อเสียงให้นานาประเทศรู้จักศักยภาพของกีฬาเทนนิสในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี จากผลงานการคว้าเหรียญทองชายเดี่ยวซีเกมส์ไปได้ถึง 2 ครั้ง เหรียญทองชายคู่ 1 ครั้ง และเหรียญทองชายเดี่ยวอาเซียนเกมส์ 1 ครั้ง และไม่เพียงแต่การคว้าเหรียญทองในนามของประเทศไทยเท่านั้น ภราดรยังสร้างผลงานในเส้นทางของนักกีฬาเทนนิสอาชีพได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยสถิติคว้าแชมป์เทนนิสเอทีพีทัวร์มาได้ถึง 2 รายการ และเคยเป็นนักเทนนิสไทยที่สร้างผลงานเข้ารอบลึกในแกรนด์สแลมทั้งวิมเบิลดัน ยูเอส โอเพน อย่างที่ไม่เคยมีนักเทนนิสไทยคนใดสามารถทำได้มาก่อน

ความสำเร็จสูงสุด

                ความสำเร็จที่ทำให้ภราดร ศรีชาพันธุ์ เป็นที่รู้จักของชาวไทยทุกคนในยุคนั้น ก็คือในปี 2002 ที่ภราดรได้ก้าวขึ้นไปติดอันดับ 1 ใน 20 นักเทนนิสระดับโลก และได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นที่รู้จักของแฟนเทนนิสทั่วโลก เมื่อเขาสามารถเอาชนะอังเดร อากัสซี นักกีฬาเทนนิสแนวหน้าของโลกได้ในการแข่งขันวิมเบิลดัน จนในปี 2003 เขาได้ก้าวขึ้นเป็นนักเทนนิสมือวางอันดับ 9 ของโลก ถือเป็นนักเทนนิสไทยคนแรกที่สามารถก้าวขึ้นไปในตำแหน่งนี้ได้

มาถึงในยุคนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีนักเทนนิสชายหรือนักเทนนิสหญิงคนไหน ที่จะมีฝีมือขึ้นมาเทียบเท่ากับซุปเปอร์บอล ภราดร ศรีชาพันธุ์ในยุคนั้นได้หรือไม่ เราเชื่อว่าความสามารถทางด้านกีฬาของคนไทยจะไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างแน่นอน

 

โปรเม นักกอล์ฟมือ 1 ของโลกคนแรกของไทย

                 ในปีที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนคงได้ทราบข่าวคราวในวงการกีฬา ที่ทำให้แฟนกีฬาชาวไทยภูมิใจกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักกีฬาหญิงของไทย สามารถคว้าอันดับโปรกอล์ฟอันดับ 1 ของโลกมาครองได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้เป็นที่รู้จักกันของแฟนกีฬาทั่วโลกอีกครั้ง วันนี้เราจึงจะพาคุณมาทำความรู้จักกับโปรเม เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟหญิงชาวไทยคนนี้กัน

เส้นทางสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพ

                โปรเม เอรียา จุฑานุกาล เป็นโปรกอล์ฟหญิงจากกรุงเทพมหานคร ด้วยความที่เธอเกิดมาในครอบครัวที่สนใจและชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ เพราะทั้งพ่อและแม่ของเธอทั้ง 2 คนได้เล่นกอล์ฟอย่างจริงจัง และได้มีธุรกิจเปิดร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเล่นกอล์ฟอยู่ใกล้สนามในกรุงเทพฯ ด้วยเหตุนี้ทำให้เธอสนใจและเริ่มเล่นกอล์ฟมาตั้งแต่เด็ก จนอายุได้เพียง 9 ขวบ เธอก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย ไปเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟรายการจูเนียร์ เวิลด์ กอล์ฟ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศกลับมาตั้งแต่ในครั้งนั้น ซึ่งถือเป็นการปูทางที่ดีสำหรับการเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพของเธอ

การขึ้นเป็นโปรกอล์ฟอันดับ 1 ของโลก

                เอรียา จุฑานุกาล สามารถสร้างชื่อเสียงกลายเป็นโปรกอล์ฟอันดับ 1 ของโลก จนทำให้เธอได้ชื่อว่าเป็นนักกอล์ฟหญิงดาวรุ่งอีกคนหนึ่งของโลก เนื่องจากเธอสามารถเทิร์นโปร และลงแข่งรายการทัวร์นาเม้นท์ระดับโลกด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น โดยเธอได้เข้าร่วมการแข่งขันยูโรเปี้ยนทัวร์ ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้เธอก้าวขึ้นเป็นโปรกอล์ฟหญิง 1 ใน 10 ของโลก จนเธอทำแต้มและผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของโลก และขยับขึ้นมาเป็นมือ 1 ของโลก สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ให้กับวงการนักกอล์ฟอาชีพไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาหญิงของไทย ที่สามารถทำชื่อเสียงได้ในระดับโลกต่อจากน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันที่เคยคว้าอันดับ 1 ของโลก และน้อง ณี สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงเป้าบินอันดับโลก       

สำหรับผลงานล่าสุดโปรเมก็ถือว่ายังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าแชมป์ส่งท้ายปี 2560 เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทยได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าล่าสุดอันดับของเธอจะตกไปอยู่ที่อันดับ 9 ของโลก แต่เธอก็สามารถคว้าแชมป์แอลพีจี ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาไปได้ ส่วนผลงานในปี 2561 นี้จะเป็นเช่นไร แฟนกอล์ฟชาวไทยก็จะต้องคอยตามเชียร์กันต่อไป เราเชื่อว่าเธอจะเป็นนักกีฬาหญิงอีกคนของไทย ที่จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตได้แน่นอน

 

สมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย

                 เมื่อเอ่ยชื่อของสมรักษ์ คำสิงห์ เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่บางคนอาจจะไม่คุ้นเคย หรือไม่ค่อยรู้จักเขาเท่าที่ควร แต่เชื่อว่าคนรักกีฬาโดยเฉพาะคอมวยคงจะรู้จักนักมวยผู้นี้เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นนักกีฬาไทยอีกหนึ่งคนที่สร้างประวัติศาสตร์และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยของเราเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

เส้นทางการเป็นนักมวยของสมรักษ์ คำสิงห์

                สมรักษ์ คำสิงห์ พื้นเพเป็นคนจังหวัดขอนแก่น ซึ่งตัวของสมรักษ์นั้นเรียกได้ว่าเขาเกิดมาในครอบครัวของนักมวย เพราะพ่อของเขาเป็นนักมวยเก่า และพี่ชายของเขาก็เป็นนักมวยเช่นกัน ทำให้สมรักษ์ได้รับการฝึกฝนต่อยมวยมาตั้งแต่ยังเด็ก และได้ขึ้นแข่งชนชกมวยครั้งแรกตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นการขึ้นชกตามเวทีงานรื่นเริงต่าง ๆ อย่างเช่น งานวัด จนได้รับการทาบทามจากค่ายมวยชื่อดังของจังหวัดขอนแก่นให้เป็นนักมวยของค่ายเพื่อขึ้นชก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักมวยสมัครเล่นตั้งแต่สมัยมัธยม จนได้รับการทาบทามจากสโมสรราชนาวีตั้งแต่เขาจบ ม.6 ให้เขาเข้าไปชกมวยในนามสโมสร รวมถึงในโอกาสนี้ทำเขาได้รับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในกองทัพเรือ ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่เป็นนักมวยให้กับสโมสรเรื่อยมา จนเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักมวยสากลทีมชาติโดยในปี 2535 เขาติดทีมชาติไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเขาพ่ายแพ้ ตกรอบแรก

ความสำเร็จสูงสุด

                เส้นทางประวัติศาสตร์การเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงของสมรักษ์ยังคงดำเนินต่อไป เมื่อเขาติดทีมชาติอีกครั้งในปี 2538 ด้วยการปูทางที่ดี เนื่องจากเขาสามารถคว้าเหรียญทองซีเกมส์ที่เชียงใหม่ไปได้ ซึ่งเป็นการปูทางให้เขาไปขึ้นชกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งในครั้งนี้เป็นการขึ้นชกมวยที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของทั่วโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาสามารถเอาชนะเข้าไปได้ถึงรอบสุดท้าย และคว้าเหรียญทอง ด้วยการชกเอาชนะนักมวยจากประเทศบัลแกเรียไปได้ ทำให้สมรักษ์ คำสิงห์ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “วีรบุรุษโอลิมปิก” และกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ไปได้ภายในระยะเวลาชั่วข้ามคืน นำมาซึ่งการเลื่อนยศในการรับราชการของเขา และทำให้เขาได้ก้าวเข้ามาสร้างผลงานในวงการบันเทิงอีกมากมาย         

                ปัจจุบันสมรักษ์ คำสิงห์ก็ยังเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงกีฬาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดค่ายมวย ผลงานในวงการบันเทิง ที่ทำให้ผู้ชมเห็นหน้าค่าตาของเขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจหมูกระทะของตัวเอง ที่ทำให้ชื่อและผลงานของเขาเป็นที่กล่าวขาน และบอกต่อกันมาสู่คนรุ่นหลัง

 

4 ลีกบอลดังจากฝั่งยุโรปที่คอบอลทุกคนต้องรู้จัก

                หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการชมฟุตบอล เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับการแข่งขันลีกดังในฝั่งทวีปยุโรปมาไม่มากก็น้อย วันนี้เราจึงได้นำข้อมูลและเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ของ 4 ลีกดังจากยุโรปมาฝากคุณกัน

  1. พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศอังกฤษ ซึ่งทั้งแฟนบอลทั่วโลกและแฟนบอลชาวไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ลีกนี้ถือเป็นลีกที่มีความเก่าแก่และจัดแข่งขันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1988 ซึ่งปัจจุบันมีทีมจากเมืองต่าง ๆ ของประเทศอังกฤษเข้าร่วมแข่งขันในลีกนี้ด้วยกันทั้งสิ้น 20 ทีม สำหรับทีมดังที่เคยคว้าแชมป์ในลีกนี้ไปได้มีทั้งหมด 6 ทีมด้วยกัน ได้แก่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แชมป์ 14 สมัย, เชลซี แชมป์ 5 สมัย, อาร์เซนอล แชมป์ 3 สมัย, แบล็กเบิร์นโรเวอส์และเลสเตอร์ซิตี เคยคว้าแชมป์ไปได้ทีมละ 1 สมัย
  2. กัลโช เซเรียอา อิตาลี เป็นลีกการแข่งขันฟุตบอลระดับสูงสุดของประเทศอิตาลี ที่เริ่มมีการจัดแข่งขันกันมาตั้งแต่ปี 1898 ที่แต่เดิมใช่ชื่อว่าการแข่งขันว่าอิตาเลียนฟุตบอลแชมเปียนชิป จนมาถึงปี 1929 จึงได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อกัลโชซีเรียอา จนถึงปัจจุบัน สำหรับทีมที่เคยคว้าแชมป์จากลีกนี้ได้แก่ ทีมยูเวนตุส ถือเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในลีกอิตาลีเนื่องจากสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 32 สมัย รองลงมาก็คือสโมสรเอซีมิลานและอินเตอร์มิลานที่สามารถคว้าแชมป์ไปได้ทั้งสิ้น 18 สมัย
  3. ลาลีกา สเปน เป็นลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศสเปน และเป็นลีกที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กับพรีเมียร์ลีกและกัลโชเซเรียอา อิตาลี สำหรับทีมที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลก ก็คือราชันชุดขาว เรียลมาดริด ที่เคยคว้าแชมป์ลาลีกาไปได้ถึง 33 ครั้ง
  4. บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเยอรมันที่เริ่มต้นแข่งมาตั้งแต่ปี 1963 เรียกได้ว่าลีกนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยยุคสงครามเลยทีเดียว สำหรับทีมที่สามารถคว้าแชมป์ในลีกนี้ไปได้มากที่สุดก็คือทีมบาเยิร์น มิวนิกที่สามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 25 ครั้ง รองลงมาคือทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ ที่สามารถคว้าแชมป์ไปได้ 5 ครั้ง

                คอบอลสามารถเลือกชมการแข่งขันฟุตบอลในลีกที่ชอบ และเลือกเชียร์ทีมที่ตัวเองรักกันได้ตามสบาย และหากคุณเป็นคนที่ชอบชมฟุตบอล รวมไปถึงต้องการทราบข่าวสารและเรื่องราวต่าง ๆ ในวงการฟุตบอล ข่าวคราวการย้ายทีมของผู้เล่น โค้ช รวมไปถึงการวิเคราะห์เกมในแมตช์สำคัญต่าง ๆ sportmaster888 เป็นเว็บไซต์ที่จะได้รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ในวงการฟุตบอลมาให้คุณได้ทราบกันก่อนใคร
   

 

รัชนก อินทนนท์ แชมป์โลกแบดมินตันหญิงคนแรกของไทย

                เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงจะติดตามการเชียร์กีฬาแบดมินตันกันอย่างใจจดใจจ่อ เพราะนักกีฬาสาวชาวไทยโชว์ฟอร์มได้ดี จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาแบดมินตันของประเทศไทยได้สำเร็จ นั่นคือ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันหญิง คนแรกของไทยที่ได้คว้าเหรียญทองแบดมินตันชิงแชมป์โลกสำเร็จ สร้างความฮือฮาให้แฟนกีฬาชาวไทยและชาวโลกเป็นอย่างมาก

เส้นทางความสำเร็จในกีฬาแบดมินตัน

                น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ เป็นนักแบดมินตันหญิงชาวไทยอายุ 23 ปี เป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเธอเป็นนักกีฬาที่เรียกได้ว่าเกิดเพื่อเล่นแบดมินตันอาชีพอย่างแท้จริง เนื่องจากเธอเริ่มเล่นแบดมินตันมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพราะคุณแม่บุญธรรมของน้องเมย์เป็นเจ้าของโรงงานบ้านทองหยอด ที่ครอบครัวของน้องเมย์ย้ายมาทำงานด้วย กลัวว่าเธอจะเล่นซุกซนจนได้รับอุบัติเหตุในโรงงาน จึงได้ให้น้องเมย์เริ่มเล่นแบดมินตันตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา จนน้องเมย์ได้เริ่มแข่งขันแบดมินตันในรายการต่าง ๆ เรื่อยมา จนกระทั่งอายุได้ 12 ปี น้องเมย์ก็ได้ลงแข่งขันรายการแบดมินตันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งในครั้งนั้นเธอได้ที่ 3 คว้าเหรียญทองแดงไปครอง จนมาถึงปี 2552 ที่น้องเมย์ได้ความเหรียญทองของรายการแชมป์ประเทศไทยไปครองได้เป็นครั้งแรก และเริ่มเข้าแข่งขันในรายการที่ใหญ่ขึ้น และได้มีโอกาสไปแข่งขันในรายการระหว่างประเทศและระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

                น้องเมย์ถือเป็นนักแบดมินตันชาวไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถคว้าแชมป์โลกและสร้างสถิติเป็นแชมป์โลกที่มีอายุน้อยที่สุดได้ในปี 2556 และได้รับตำแหน่งเป็นนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวมือหนึ่งของโลกเมื่อปี 2559 ซึ่งถือเป็นคนไทยคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์โลกตำแหน่งนี้ไปครองได้สำเร็จ

แชมป์มาเลเซียมาสเตอร์ 2018

                ผลงานล่าสุดของน้องเมย์ในปี 2018 นี้ เธอก็ยังสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าปัจจุบันเธอจะครองตำแหน่งอันดับ 5 ของโลก แต่ในการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์นี้ ในรอบชิงชนะเลิศ น้องเมย์ก็สามารถเอาชนะ ไถ้ ซื่อ หยิง นักแบดมินตัน มือวางอันดับ 1 ของโลก จากไต้หวันไปได้ คว้าแชมป์มาเลเซียมาสเตอร์ 2018 พร้อมเงินรางวัล 800,000 บาทไปครอง และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับความสำเร็จในวงการแบดมินตันมืออาชีพใน พ.ศ. นี้

                เส้นทางสายกีฬาของน้องเมย์ รัชนก ยังอีกยาวไกล เนื่องจากยังเป็นนักแบดมินตันที่มีอายุน้อย และยังคงรักษาฝีมือได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแฟน ๆ ก็ต้องตามเชียร์กันต่อไปว่าน้องเมย์จะคว้าแชมป์รายการใด เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศกันอีกได้บ้าง เราจะคอยอัพเดทข่าวสารในวงการแบดมินตันมาให้คุณได้ทราบกันก่อนใคร

 

ไทเกอร์ วูด หนึ่งในนักกอล์ฟที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล

                เมื่อพูดถึงวงการกอล์ฟ เชื่อว่าถึงคุณจะไม่ใช่แฟนกีฬากอล์ฟ ชาวไทยก็ย่อมคุ้นชื่อและรู้จักชื่อของไทเกอร์ วูด เป็นแน่ เนื่องจากเขาไม่ได้เป็นเพียงนักกอล์ฟอาชีพที่มีฝีมือและมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่เขายังเป็นลูกครึ่งไทย – อเมริกัน ซึ่งทำให้เขาได้รับความสนใจจากคอกีฬาและผู้ชมชาวไทยเป็นอย่างมาก

ไทเกอร์ วูด นักกอล์ฟลูกครึ่งไทย – อเมริกัน

                ไทเกอร์ วูดเป็นนักกอล์ฟลูกครึ่งไทย – อเมริกัน เกิดที่รัฐแคลิฟอร์เนีย มีแม่เป็นชาวไทย ซึ่งพ่อของไทเกอร์วูดได้เจอกับแม่ของเขา เมื่อครั้งที่เป็นทหารแล้วมาประจำการที่เมืองไทย จนได้ย้ายไปอยู่อาศัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันไทเกอร์ วูด อายุ 41 ปี และเขายังคงเป็นนักกีฬาอาชีพที่เล่นอยู่ใน PGA ทัวร์

ทางเดินอาชีพในวงการนักกอล์ฟของไทเกอร์ วูด เริ่มขึ้นเมื่อเขาเทิร์นโปรในปี 1996 และสามารถคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรก คือ รายการเดอะมาสเตอร์ได้ในปี 1997 ซึ่งจากการแข่งขันในครั้งนั้น ทำให้ไทเกอร์วูด สามารถก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟอันดับ 1 ของโลกได้เป็นครั้งแรก

ชีวิตส่วนตัว

                ถึงแม้ไทเกอร์ วูดจะเป็นนักกอล์ฟที่มีฝีมือเป็นที่ยอมรับจนกลายเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลก แต่ชีวิตส่วนตัวของเขาก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบหรือเป็นที่ยอมรับของแฟน ๆ เท่าที่ควร ด้วยข่าวคราวที่เขานอกใจภรรยาและไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงมากมายหลายคน จนถูกออกมาแฉและเปิดโปง ทำให้ชื่อเสียงของเขาด่างพร้อย ซึ่งนั่นก็ทำให้มีผลกระทบต่อเนื่องไปกับสภาพจิตใจและฟอร์มการเล่นของเขาด้วย ทำให้ในปี 2011 ไทเกอร์ วูดโชว์ฟอร์มย่ำแย่ และถือเป็นจุดตกต่ำที่สุดของเขาในวงการกอล์ฟ จนตกไปอยู่ในอันดับ 58 ของโลก ซึ่งเขาต้องใช้ระยะเวลาถึง 2 ปี ถึงจะกลับมาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง จนสามารถกลับมาเป็นนักกอล์ฟอันดับ 1 ของโลกได้อีกครั้งในปี 2013

ความสำเร็จในวงการกอล์ฟ

                ไทเกอร์ วูด เป็นนักกีฬากอล์ฟที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาได้ทำลายสถิติสูงสุดของการแข่งขันกอล์ฟได้หลายรายการ สามารถเอาชนะในเกมการแข่งขันอาชีพได้ทั้งหมดถึง 106 ครั้ง ได้รับรางวัลผู้เล่นแห่งปีจาก PGA ถึง 11 สมัย คว้าแชมป์ในรายการเมเจอร์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพไปได้ทั้งหมดถึง 14 ครั้ง เคยได้รับการยกย่องให้เป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุด ที่รวดเร็วที่สุดในการแข่งขัน 50 รายการ สามารถเอาชนะการแข่งขันในรายการเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพไปได้ถึง 18 ครั้ง และยังได้รับการจัดอันดับเป็นนักกอล์ฟที่ทำเงินรายได้มากที่สุดติดต่อกันถึง 10 ฤดูกาลการแข่งขัน และเคยได้รับการจัดอันดับเป็นแชมป์นักกีฬาที่รวยที่สุดถึง 7 ปีซ้อน

นอกจากไทเกอร์ วูดแล้ว เชื่อว่าแฟนกอล์ฟชาวไทยไม่น้อย ที่หวังจะได้เห็นนักกีฬาชาวไทยหรือหรือนักกีฬาเชื้อสายไทย สามารถมีชื่อเสียง โด่งดังในวงการนี้ได้อีกครั้ง

 

ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก

                คนที่ชื่นชอบกีฬาเทนนิส เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลกที่เรียกได้ว่าเป็นนักเทนนิสที่มีชื่อเสียงและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากแฟน ๆ เทนนิสทั่วโลก วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักเรื่องราวและฝีมือของนักเทนนิสหนุ่มผู้นี้ให้ดียิ่งขึ้น

เส้นทางนักเทนนิส

                เส้นทางการเป็นนักเทนนิสของราฟาเอล นาดาล นั้นเรียกได้ว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็นนักเทนนิสอย่างแท้จริง เนื่องจากเขาเล่นเทนนิสมาตั้งแต่เด็ก ราฟาเอล นาดาล เป็นนักเทนนิสชาวสเปน ปัจจุบันอายุ 32 ปี เขาเริ่มเล่นเทนนิสมาตั้งแต่อายุได้ 6 ขวบ ด้วยการฝึกฝนและฝึกสอนของคุณลุง ที่เป็นโค้ชให้เขามาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน จนนาดาลได้เริ่มเข้าสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพระดับโลกในปี 2001 และเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของแฟนเทนนิสระดับโลกตั้งแต่ปี 2004 เนื่องจากฝีมือของเขาอยู่ในระดับเดียวกับโรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ นักเทนนิสระดับโลกอีกคน ที่เรียกว่ามีฝีมือสูสีและเป็นคู่แข่งที่สำคัญกันมาโดยตลอด ซึ่งนาดาลถูกจัดอันดับในตำแหน่งมือวางอันดับ 2 มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งเมื่อปี 2008 นาดาลก็สามารถแย่งตำแหน่งมือวางอันดับ 1 จากเฟเดอร์เรอร์ได้สำเร็จ และนาดาลเคยเสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ให้กับโนวัค ยอโควิช ในปี 2011

1 ใน 5 อันดับ นักเทนนิสที่มีรายได้มากที่สุดในโลก

                นอกจากล่าสุดนาดาลจะได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักเทนนิสชายมือวางอันดับ 1 ของโลกแล้ว เค้ายังถูกจัดเป็นนักเทนนิสที่มีรายได้จากการแข่งขันสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกด้วยรายได้ทั้งหมด 86.1 ล้านดอลลาร์ จากการคว้าแชมป์ไปได้ทั้งหมดในอาชีพ 73 รายการ แชมป์แกรนด์สแลม 15 รายการ ซึ่งนาดาลมีรายได้รองจากนักเทนนิสอดีตมือวางอันดับ 1 ของโลก เพียงแค่ 2 คน ก็คือ โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสจากเซอร์เบีย ที่มีรายได้ถึง 109.8 ล้านดอลลาร์ เจ้าของแชมป์ทั้งหมด 68 รายการตลอดอาชีพนักเทนนิส และโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสอาชีพจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่ทำเงินรายได้ 107.3 ล้านดอลลาร์ จากผลงานการเป็นนักเทนนิสอาชีพมาอย่างยาวนานกว่า 19 ปี

                สำหรับการแข่งขันล่าสุดของราฟาเอล นาดาล ในการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2018 ซึ่งเป็นแกรนด์สแลมรายการแรกของปี นาดาล จะต้องขอยอมแพ้ไปในระหว่างเซตที่ 5 ของการแข่งขันกับมาริน ซิลิช เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บ แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่า ในปีนี้เขาจะสามารถฟื้นตัว ออกมาแข่งขัน ทำคะแนนและคว้าแชมป์ในรายการต่อ ๆ ไป รักษาอันดับมือวางอันดับ 1 ของโลกเอาไว้ได้หรือไม่ sportmaster888 จะนำทุกข่าวสาร และเรื่องราวอัพเดทในวงการเทนนิสมาให้คุณได้ทราบก่อนใคร

 

ฟุตบอลโลก 2018 ฟุตบอลโลก ที่ไม่มีทีมชาติอิตาลี  

                เป็นที่น่าตกอกตกใจ เสียใจ และผิดหวังไปตาม ๆ กันของแฟนบอลหลายคน เมื่อทีมดังอย่างอิตาลีพลาดท่าตกรอบ ไม่ได้ไปแข่งฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายที่รัสเซียซะงั้น เพราะดันไปพลาดท่าเสียทีสวีเดนในรอบเพลย์ออฟ นัดที่สอง โซนยุโรป ซึ่งการแข่งขันในครั้งนั้นเรียกได้ว่าเป็นการแพ้คาบ้าน ที่ยากจะยอมรับได้ เนื่องจากอิตาลีเปิดบ้านที่สนามซานชิโร่ เมืองมิลาน ต้อนรับการมาของสวีเดน ซึ่งในนัดแรก สวีเดนก็คว้าชัยชนะไปได้ก่อน 1-0 ทำให้อิตาลีไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องเอาชนะให้ได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่เป็นไปตามคาดเพราะไม่สามารถเอาชนะได้ ทำได้แค่ผลเสมอ 0 – 0 ส่งผลให้ต้องตกรอบแรก ซึ่งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ตั้งแต่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกมา ที่อิตาลีไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปยังการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ ทำให้เป็นที่เสียอกเสียใจ และช็อกแฟนบอลอิตาลีทั้งโลกไปตาม ๆ กัน นั่นต้องรอโอกาสแก้ตัวอีก 4 ปีเลยทีเดียว

อดีตแชมป์โลก 4 สมัย กับฟอร์มที่ไม่เข้าเป้า

                มาดูผลงานก่อนหน้านี้ของทีมชาติอิตาลีกันนิดนึง ทีมชาติอิตาลีเรียกได้ว่าเป็นทีมดังขวัญใจแฟน ๆ ในวงการฟุตบอลมาอย่างยาวนาน ถึงแม้ว่าจะโชว์ฟอร์มแบบดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เรียกว่าดีแต่ไม่คงเส้นคงวามาโดยตลอดก็ตาม แต่ก็ยังมีแฟนบอลที่รักทีมนี้อย่างเหนียวแน่นมากมายอยู่ทั่วโลก

ทีมชาติอิตาลี เป็นทีมที่มีชื่อเสียงและผลงานเป็นที่ยอมรับของแฟนบอลทั่วโลก เนื่องจากสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกไปได้ถึง 4 สมัย ในปี 1934 1938 1982 และในปี 2006 อีกทั้งยังสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปไปได้ 1 ครั้ง และได้เหรียญทองกีฬาโอลิมปิก 1 ครั้งในปี 1936 รวมถึงยังมีนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลก ได้แก่ โรแบร์โต บัจโจ กองหน้าตัวหลักของทีมที่ทุกคนรู้จักดี เพราะเค้าพลาดในการยิงลูกโทษลูกสำคัญในนัดที่แข่งกับบราซิล ทำให้บราซิลคว้าแชมป์โลกไปได้ในปี 1994 อย่างน่าเสียดาย

                 ไม่เพียงแต่ทีมชาติยักษ์ใหญ่อย่างอิตาลีเท่านั้น ที่พลาดการเข้าไปเตะฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย แต่ยังมีทีมชาติดังในใจแฟน ๆ อีกหลายทีมที่ชวดฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เนเธอร์แลนด์ อดีตรองแชมป์โลก 3 สมัย ตุรกี เช็ก สหรัฐอเมริกา เจ้าประจำฟุตบอลโลก ที่ครั้งนี้ก็พลาดท่าเสียทีไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายเช่นกัน แคเมอรูน กานา สองทีมดังจากทวีปแอฟริกา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทีมดังหลายทีมจะชวด แต่ก็ยังมีทีมที่น่าสนใจ ขวัญใจแฟน ๆ เข้าไปดวลฝีเท้ากันอีกมากมาย เพราะฉะนั้นใครที่เป็นคอบอล แน่นอนว่าห้ามพลาดการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกครั้งนี้โดยเด็ดขาด

 

ฟุตบอลโลก 2018 แมตช์การแข่งขันฟุตบอลระดับโลกที่คอบอลห้ามพลาด

รัสเซีย เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018

                ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับฟุตบอลโลก 2018 การแข่งขันฟุตบอลระดับโลกที่จัดขึ้น 4 ปีครั้ง ที่หลาย ๆ คนรอคอย โดยครั้งนี้ประเทศที่เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันก็คือ ประเทศรัสเซีย ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศรัสเซียและประเทศในยุโรปตะวันออก ได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพ โดยสามารถเอาชนะประเทศโปรตุเกส/สเปน, เบลเยี่ยม/เนเธอแลนด์ และประเทศอังกฤษ ที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพไปด้วยคะแนนเสียง 13 เสียง

ในครั้งนี้สนามทั้งหมดที่จะใช้แข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมีด้วยกันทั้งสิ้น 12 แห่ง ได้แก่ สนามกีฬาลุจนีกี และ สนามออตครืยตีเย – อะเรนา เมืองมอสโก, สนามกีฬาเครสตอฟสกีหรือสนามกีฬาเซนต์ปีเตอร์ส์เบิร์ก เมืองเซนต์ปีเตอร์ส์เบิร์ก, สนามกีฬาคาลีนินกราด เมืองคาลีนินกราด ซึ่งเป็นสนามที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้โดยเฉพาะ, สนามคาซานอะเรนา เมืองคาซาน, สนามนิจนีนอฟโกรอด เมืองนิจนีนอฟโกรอด (สนามใหม่), สนามคอสมอสอะเรนา เมืองซามารา (สนามใหม่), สนามวอลโรกราดอะเรนา (เมืองวอลโกกราด), สนามมอร์โดวียาอะเรนา เมืองซารันสค์ (สนามใหม่), สนามรอสตอฟอะเรนา (เมืองรอสตอฟ – นา – โดนู), สนามกีฬาโอลิมปิกฟิชต์ (สนามกีฬาฟิชต์), และสนามกีฬากลางเนคาเตรินบุกร์อะเรนา เมืองเนคาเตรินบุกร์ โดยสนามที่มีความจุของผู้ชมมากที่สุดเพื่อรองรับการแข่งขันในครั้งนี้ก็คือสนามลุจนีกี กรุงมอสโกที่สามารถจุผู้ชมได้สูงถึง 89,318 ที่นั่ง

การแบ่งกลุ่มและตารางการแข่งขันรอบแรก

                การแข่งขันในรอบแรก ซึ่งก็คือรอบแบ่งกลุ่ม แบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 กลุ่ม ซึ่งจะเริ่มแข่งขันนัดแรกในวันที่ 14 มิถุนายน 2018 ซึ่งทีมที่ชนะเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ในกลุ่ม จะเข้าไปสู่รอบแพ้คัดออก ซึ่งแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วย 4 ทีม ดังต่อไปนี้

กลุ่มเอ รัสเซีย อุรุกวัย อียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย

กลุ่มบี โปรตุเกส โมร็อกโก สเปน อิหร่าน

กลุ่มซี ฝรั่งเศส เดนมาร์ก ออสเตรเลีย เปรู

กลุ่มดี อาร์เจนตินา ไนจีเรียโครเอเชีย ไอซ์แลนด์

กลุ่มอี บราซิล เซอร์เบีย คอสตาริกา สวิตเซอร์แลนด์

กลุ่มเอฟ เยอรมณี เกาหลีใต้ สวีเดน เม็กซิโก

แฟนบอลชาวไทยคนไหนที่อยากไปสัมผัส ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกสด ๆ ของจริงกันแบบติดขอบสนามก็ไม่ยาก เพราะคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศรัสเซียได้ โดยใช้แค่เพียงพาสปอร์ตเท่านั้น เพราะฉะนั้นคนที่อยากไปดูของจริง รีบวางแผนจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และหาตั๋วเข้าชมทีมที่ตัวเองชื่นชอบกันได้เลย ส่วนใครที่ไม่สะดวก ก็รอชมการถ่ายทอดสดกันได้ทางหน้าจอของท่าน เราจะนำข่าวคราวเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้มาอัพเดทให้คุณได้ทราบกันก่อนใคร ทั้งตารางการแข่งขัน การวิเคราะห์เกม ตัวผู้เล่น และการรายงานผลสกอร์กันแบบสด ๆ